วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

Responsive Web

Responsive web คืออะไร

Responsive web คืออะไร
              
             Responsive Web Design คือ การออกแบบเว็บไซต์ด้วยแนวคิดใหม่ ที่จะทำให้เว็บไซต์ สามารถแสดงผลได้อย่างเหมาะสม บนอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โดยใช้ โค้ดร่วมกัน URL เดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

หลักการของ Responsive Web Design


    เริ่มแรกคือการทำ Fluid Grid ซึ่งก็คือการออกแบบ Grid ให้เป็นแบบ Relative ซึ่งก็คือการที่ไม่ได้กำหนดขนาดของ Grid แบบตายตัว แต่จะกำหนดให้สัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ เช่น กำหนดความกว้างแบบเป็น % หรือการใช้ font-size หน่วยเป็น em เป็นต้น

    ต่อมาคือการทำ Flexible Images หรือการกำหนดขนาดของ Images ต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของหน้าจอแสดงผล หากรูปต้นฉบับมีขนาดใหญ่มาก เวลาแสดงในมือถือที่มีจอขนาดเล็ก ก็ควรลดขนาดลงมา เพื่อให้แสดงผลได้อย่างสวยงาม เป็นต้น

    สุดท้ายคือการใช้ CSS3 Media Queries ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถกำหนด style sheets สำหรับ Devices ต่างๆ ได้ โดยส่วนใหญ่ เราจะเขียน style sheets พื้นฐานเอาไว้ ซึ่งกลุ่มนี้ จะไม่ขึ้นอยู่กับ Devices ใดๆ หลังจากนั้นให้เราเขียน style sheets สำหรับ Devices ที่มีขนาดหน้าจอที่เล็กสุด เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขนาดใหญ่สุด ซึ่งการเขียนแบบนี้ จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของโค้ด และยังทำให้การแก้โค้ดในภายหลังทำได้ง่ายอีกด้วย

ก่อนที่จะมี Responsive Web Design เค้าทำเว็บอย่างไรให้แสดงบนมือถือได้?
         เว็บไซต์ใหญ่ๆหลายไซต์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือมักนิยมที่จะสร้างเว็บไซต์แยกออกมาจากเวอร์ชั่นเดิม เป็นเวอร์ชั่นมือถือซึ่งต้องจำกัดขนาดการแสดงผลและการแสดงข้อมูลให้กระชับและดูได้ง่ายบนหน้าจอมือถือ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถทำให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลได้ง่าย และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวอักษรที่เล็กลงหรือรูปภาพที่เล็ก หรือข้อมุลบางส่วนขาดหายไป แต่ก็มีข้อเสียคือต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถแสดงผลตามความต้องการและการปรับปรุงระบบในเว็บไซต์หลัก เราต้องมาปรับปรุงที่เว็บไซต์เวอร์ชั่นมือถือด้วย ซึ่งทำให้เปลืองงบประมาณในการพัฒนาโปรแกรมเป็นอย่างมาก และใช้เวลาในการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

แล้ว Responsive Web Design มันคืออะไรหล่ะ มันทำอะไรได้บ้าง?
           Responsive Web Design สิ่งที่จะมาแก้ไขปัญหาการพัฒนาเว็บแบบเก่าเพื่อให้แสดงบนอุปกรณ์ทุก Platform และกำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ใครที่เป็น Web Desgin ยังไม่รู้จักก็ถือว่าเชยมากๆ ในนาทีนี้เลยหล่ะครับ (อิอิ ไม่รู้มาเรียนรู้ที่นี้ได้ครับ) จุดประสงค์เพื่อ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายที่สุดและแสดงผลหน้าเว็บในขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันไป โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมาถ่างๆหน้าจอเพื่อดูข้อมูลที่ขนาดเล็กจิ๊ดเดียวอีกแล้วหล่ะครับ ซึ่งมีข้อดีคือ พัฒนาครั้งเดียวไปเลย ทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายอย่างมากเลยครับ แต่สามารถปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่นเดียวกับการพัฒนา2เวอร์ชั่น คือ คอมพิวเตอร์ กับ มือถือ เลยทีเดียว

Responsive Web Design ทำได้อย่างไร?
           Responsive Web Design ไม่ได้เป็นภาษาหรือเทคโนโลยีอะไรหรอกครับ แต่มันเป็นการนำเทคนิคหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งแต่ละเทคนิคถ้าพูดถึง ชาว Web Design ก็จะรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยหล่ะครับนั่นก็คือ CSS, HTML และ JavaScript ครับมารวมๆกันจนเกิดเป้น Responsive Web Design

หลักการของ Responsive Web Design
            การจะทำ Responsive Web Design มักใช้เทคนิคหลายๆ อย่าง ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Fluid Grid, Flexible Images และ CSS3 Media Queries
เริ่มแรกคือการทำ Fluid Grid ซึ่งก็คือการออกแบบ Grid ให้เป็นแบบ Relative ซึ่งก็คือการที่ไม่ได้กำหนดขนาดของ Grid แบบตายตัว แต่จะกำหนดให้สัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ เช่น กำหนดความกว้างแบบเป็น % หรือการใช้ font-size หน่วยเป็น em เป็นต้น
ต่อมาคือการทำ Flexible Images หรือการกำหนดขนาดของ Images ต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของหน้าจอแสดงผล หากรูปต้นฉบับมีขนาดใหญ่มาก เวลาแสดงในมือถือที่มีจอขนาดเล็ก ก็ควรลดขนาดลงมา เพื่อให้แสดงผลได้อย่างสวยงาม เป็นต้น
สุดท้ายคือการใช้ CSS3 Media Queries ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถกำหนด style sheets สำหรับ Devices ต่างๆ ได้ โดยส่วนใหญ่ เราจะเขียน style sheets พื้นฐานเอาไว้ ซึ่งกลุ่มนี้ จะไม่ขึ้นอยู่กับ Devices ใดๆ หลังจากนั้นให้เราเขียน style sheets สำหรับ Devices ที่มีขนาดหน้าจอที่เล็กสุด เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขนาดใหญ่สุด ซึ่งการเขียนแบบนี้ จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของโค้ด และยังทำให้การแก้โค้ดในภายหลังทำได้ง่ายอีกด้วย

ข้อเสียของ Responsive Web Design
         อย่างไรก็ตาม Responsive Web Design ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เนื่องจากการเขียนโค้ดเดียว ให้รองรับหลายๆ Devices จึงอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น โทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอขนาดเล็ก ถึงแม้เราจะซ่อนเนื้อหาบางส่วนที่ไม่จำเป็นเอาไว้ เช่น โฆษณา แต่ในบางเว็บบราวเซอร์ ข้อมูลเหล่านี้ยังจะถูกโหลดเข้ามาอยู่ รวมไปถึงเรื่องของ Image Resizing ที่เราไม่ได้ไปลด File Size ของตัว Image จริงๆ ทำให้โทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องโหลดรูปเดียวกับรูปที่ใช้แสดงบน Desktop ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

5W1H

5W1H

5W1H: วิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อมูลที่สำคัญ


5W1H




















5W1H หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้มากที่สุดในระดับสากลสำหรับการรวบรวมข้อมูล,วิเคราะห์และการนำเสนอเป็นกรอบ 5W1H
วิธีนี้จะใช้ในช่วงของกระบวนการนักวิเคราะห์วิศวกรที่มีคุณภาพที่จะเข้าใจและอธิบายความจริงปัญหาใด ๆ หรือปัญหาวิธีการเดียวกันสามารถที่ใช้ในการจัดระเบียบการเขียนของรายงานบทความเอกสารและแม้ทั้งหนังสือ
วิธีการพื้นฐาน

วิธีการนี้พยายามที่จะตอบคำถามพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ของ: ใครอะไรเมื่อไหร่ที่ไหนทำไมและวิธีการ บางครั้งขึ้นอยู่กับบริบทที่สอง"H"อย่างไร


What.

คือเรื่องหลักของการรวบรวมข้อมูลเหตุผลและการนำเสนอ อาจจะเป็นที่ระบุไว้ในชื่อเรื่องและวัตถุประสงค์ อาจต้องจะกำหนดกระบวนการที่อาจประกอบด้วยส่วนที่เหลือของเอกสาร


Who.

สิ่งแวดล้อมอื่นๆ คนหรือกลุ่มความกังวลมันอาจอธิบายเอกสารหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการหรือขั้นตอน


When.

หมายถึงเมื่อไหร่ในเวลาใดที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งกับจุดที่เหมาะสมที่จะต้องดำเนินการ บางครั้งมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ของการกระทำตามเงื่อนไข


Where.

เหตุการณ์หรือกระบวนการนั้น เกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่ 


Why.

เหตุใดถึงทำสิ่งนั้นหรือ เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นั้นๆ อาจมีการพิจารณาที่ไม่เกี่ยวข้องอาจจะเกิดจากนโยบายหรือขั้นตอน


How.


เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่ออธิบายนโยบายกระบวนการหรือขั้นตอนอาจ
เป็นส่วนสำคัญที่สุด

ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ(3มิติ)

โปรแกรมออกแบบ 3 มิติ


ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ(2มิติ)

โปรแกรมออกแบบ 2 มิติ


เทคโนโลยีสะอาด

เทคโนโลยีสะอาด

1.ความหมายของเทคโนโลยีสะอาด(Clean Technology)หรือ CT
หมายถึงกระบวนการหรือวิธีการที่นำมาใช้พัฒนา เปลี่ยนแปลง 
ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ วิธีการ  กระบวนการหรือบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อ
ให้เกิดผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า  4R ได้แก่  Reuse  Repair  Reduce  
และ Recycle
      เทคโนโลยีสะอาดเป็นเทคโนโลยีที่ยั่งยืนอย่างหนึ่งเพราะสามารถ
ใช้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในปัจจุบันได้ตลอดชีวิต โดย
คำนึงถึงผลกระทบต่เศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
2.  4R
      2.1  Reuse ใช้แล้วใช้อีกเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบริโภค
เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดการปล่อยมลพิษสู่
สภาพแวดล้อมไม่มีการเเปลี่ยนแปลงรูปทรงเช่น  ถุงผ้า ถุงกระดาษ
ถุงพลาสติกมีหูหิ้ว ขวดแก้ว ลังกระดาษ  กล่องพลาสติก ยางรัดของ
ขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วใช้อีก เป้นสาเหตุทำให้เกิดอันตรายโดยเมื่อ
ขวดน้ำพลาสติกสัมผัสกับความเย็นจัดร้อนจัดขบกัดขูดขีด กระแทก
จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งหากดื่มน้ำจากขวดที่ใช้แล้วจะได้รับสารก่อมะเร็ง
2.2Repair หรือซ่อมแซมใช้ซ่ำเป็นการนำสิ่งของเครื่องใช้เก่าๆและ
ของมีตำหนิที่ยังมีค่ามาซ่อมแซมดัดแปลง เช่นเสื้อแขนยาวที่มีรอยขาด
ที่แขนนำมาดัดแปลงใช้เป็นเสื้อแขนสั้น ยางรถยนต์เก่านำมาเป็นภาชนะ
ปลูกพืชผักสวนครัว
2.3Reduce หรือ ลดการใช้ให้น้อยลง โดยลดการใช้ทรัพยากรที่มี
อยู่อย่างจำกัด ทรัพยากรที่หมดไปและทรัพยากรทดแทน เช่น พลังงาน
ปิโตรเลี่ยม  ถ่านหิน แร่ธาตุ
      ควรใช้อินเทอร์เนต  โทรศัพท์  โทรสาร  ในการทำงานแทนการ
เดินทางไปพบปะผู้ที่ต้องการติดต่อธุระด้วยตนเอง เพื่อประหยัดเวลา
2.4Recycle  หรือหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ คือการนำผลิตภัณฑ์
ประเภท กระดาษ  แก้ว พลาสติก  โลหะ ที่ใช้แล้วหมุนเวียนกลับ
มาใช้ใหม่เพื่อลดปริมารของเสียโดยผ่านกระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่
4 ขั้นตอน ได้แก่  การรวบรวม  การแยกวัสดุแต่ละชนิดออกจากกัน
การผลิตหรือปรับปรุงด้วยวิธีหลอมละลาย  บด  อัดและการนำมาใช้ประโยขน์
โดยในขั้นตอนการผลิตนั้น วัสดุประเภทแก้ว  พลาสติก  โลหะ จะผ่านกรรมวิธี
ที่แตกต่างกัน

ประโยชน์ของเทคโนโลยีสะอาด

1.ประโยชน์ต่อมนุษย์  เช่นมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากสารพิษเพราะมีการปล่อยสารพิษสู่ธรรมชาติน้อยและมีสารพิษตกค้างที่ผลิตภัณฑ์น้อยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกิดจากขยะ
2.ประโยชน์ต่อชุมขนและสังคม มีความสามัคคีระหว่างบ้าน ชุมชน โรงงานเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจากมลพิษและร่วมกันแก้ไขปัญหา
3.ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เช่นแม่น้ำลำคลองสะอาด อากาศไม่มีกลิ่นเหม็น
4.ประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม  
 5.ประโยชน์ต่อภาครัฐ

นักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม เป็นอาชีพที่ทำงานเกี่ยวกับการตรวจสภาพของสิ่งแวดล้อมแล้วรายงานต่อผู้บังคับบัญชารายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการต่างๆ สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเทคโนโลยี    กระบวนการเทคโนโลยีประกอบด้วยขั้นตอน  7  ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดปัญหาหรือความต้องการ เช่น ต้องการทำตู้จดหมายที่มีเสียงเพลงแบบประหยัดค่าใช้จ่ายและสวยงามติดตั้งไว้ที่ประตูหน้าบ้าน ต้อวกำหนดว่ามีวิธีใดบ้างที่จะทำ ใช้วัสดุใดใช้เงินทุนเท่าไหร่  เวลาทำมากน้อยแค่ไหน
ขั้นตอนที่ 2 การรวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ อ่านหนังสือ  ค้นหาในอินเทอร์เนต สอบถาม
ขั้นตอนที่ 3 การเลือกวิธีการ การทำตู้จดหมายมี  2 แนวทางคือ
3.1ใช้ตู้จดหมายวงจรเสียงเพลงและอุปกรณ์สำเร็จรูปทั้งหมด
3.2ประกอบตู้จดหมายเสียงเพลงด้วยตนเองทั้งหมด
        เมื่อพิจารณาความต้องการแล้วคือต้องการตู้เสียงเพลงแบบประหยัดและสวยงามจึงเลือกแบบที่ 2
ขั้นที่ตอนที่ 4 การออกแบบและปฏิบัติการ  เริ่มจากวาดภาพร่าง 2 มิติ 3 มิติ ตู้จดหมายและวงจรเสียงเพลงลงกระดาษแล้วใช้โปรแกมคอมพิวเตอร์สร้างแบบจำลองจากนั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือและประกอบตามที่ออกแบบไว้ตกแต่งให้สวยงาม
ขั้นตอนที่ 5 การทดสอบ  ทดสอบติดตั้งใช้ตู้จดหมายมีเสียงเพลงพบปัญหาคือสายซิลด์ที่ต่อจากตู้จดหมายไปยังลำโพงในบ้านสั้นไปจึงต้องใช้สายใหม่ให้ยาวขึ้นกว่าเดิม
ขั้นตอนที่ 6 การปรับปรุงแก้ไข  ต่อสายใหม่ให้ยาวกว่าเดิม
ขั้นตอนที่ 7 การประเมินผล  เมื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วให้ประเมินผลโดยรวมว่าสามารถแก้ปัญหาที่ต้องการตั้งแต่เริ่มแรกหรือไม่น่าจะใช้วิธีอื่นในการแก้ปัญหาหรือไม่หรือตกแต่งตู้จดหมายให้สวยงามอย่างไรและเดินสายซิลล์เข้าในบ้านให้เรียบร้อยได้อย่างไร

การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มีหลักดังนี้
1.ประโยชน์ใช้สอย          2.ความคงทน
3.ความสวยงาม     4.ราคา           5.ความปลอดภัย

ตัวอย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์ตรงใจผู้ใช้งาน


เมื่อธุรกิจเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น ความยากในการขายสินค้าของแต่ละแบรนด์ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ธุรกิจเจ้าใหญ่หลายแบรนด์จึงต้องคิดค้นวิธีที่จะชนะคู่แข่งโดยหันไปใส่ใจให้น้ำหนักกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ให้มากขึ้น วันนี้ TCDC จึงนำเสนอ 7 ตัวอย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เพราะความต้องการของผู้ใช้นี่เองจะเป็นหนึ่งตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกสินค้าแบรนด์เราเป็นแบรนด์โปรด และทำให้แบรนด์เรามีความโดดเด่นกับแบรนด์อื่นได้อย่างง่ายดาย





1. Macbook Air ออกแบบโดย Apple หลายๆ คนอาจจะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้แล้ว Macbook Air ขนาด 13 นิ้ว ที่มีส่วนที่บางที่สุดเพียง 3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียงแค่ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น แต่คุณรู้ไหม Apple สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องนี้อย่างไร? ด้วยนวัตกรรมใหม่ของ Apple ที่สร้างแหล่งเก็บข้อมูลหรือ flash storage ที่มีความหนาน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นต้องสร้าง Product Design ที่แตกต่างหากจาก Macbook Pro ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด การที่ Apple ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมา เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีน้ำหนักเบาและพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น






2. Newport Capo for G7th ออกแบบโดย Bluefrog Design หลายๆ คนที่เคยเล่นกีต้าร์มาก่อนคงพอที่จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้คืออะไร แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการเล่นกีต้าร์ Capo คือเครื่องมือที่ช่วยแปลงเสียงของกีต้าร์ให้มีลำดับเสียงที่สูงขึ้น แต่ส่วนมากผู้เล่นกีต้าร์จะไม่นิยมใช้ Capo กันเพราะมันดูน่าเกลียด ทำให้เล่นได้ยากขึ้น และยังทำให้เสียงสูงจนเพี๊ยนด้วยในบางเวลา Bluefrog Design จึงคิดค้น Capo ที่เบาขึ้น รูปร่างสวยงามมากขึ้น และมีขนาดเล็กเล็กลงเพื่อที่จะตอบสนองปัญหาของมือกีต้าร์ทั้งหลาย





3. New Bowl for Alessi ออกแบบโดย Terence Conran นักออกแบบ Terence Conran ผู้ที่ฉลองงานครบรอบวันเกิดของตัวเองด้วยการออกแบบถ้วยเหล็กถ้วยนี้ ซึ่งผลิตขึ้นจากเหล็กกล้า มีความกว้าง 20 เซนติเมตรและความสูง 9.5 เซนติเมตร เพื่อจะทำหน้าที่เก็บความเย็นของอาหารและผลไม้ไว้ในถ้วยได้ยาวนานขึ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารชื้นและเสียรสชาติไป





4. Jambox[k1] for Jawbone ออกแบบโดย Yves Behar and Jawbone ลำโพงไร้สายตัวนี้เกิดขึ้นจากความต้องการลำโพงที่สามารถส่งเสียงดังสนั่นและสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก รวมถึงเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ที่บรรจุเพลงโปรดของเราไว้ ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPodTouch หรือ iPad ได้ Jambox เป็นลำโพงที่ทำจากเหล็กกล้า เชื่อมด้วยท่อยางที่คลุมสี่รอบด้าน เพื่อลดส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น ดีไซน์ด้วยความเรียบง่ายนี้ก็ทำให้ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ





 
5. Quickfix Bicycle Mudguard ออกแบบโดย Full Windsor คนที่ชอบขี่จักรยานโลดโผนบนภูเขาคงเคยมีปัญหาดินโคลนกระเด็นใส่ผู้ขับจากล้อหลัง บริษัท Full Windsor จึงนำปัญหานี้มาสร้างเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยสร้างที่กันโคลนที่มีประสิทธิภาพดี แถมได้รับการออกแบบมาเพื่อที่จะสามารถล็อคติดกับจักรยานทุกชนิดได้ง่ายๆ และยังผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอีกด้วย




6. Bicygnals Angel ออกแบบโดย Gavin Thompson Design 
ในต่างประเทศมีสถิติอุบัติเหตุจักรยานมากที่สุดหลังช่วงเวลาสี่โมงเย็นเป็นต้นไป ซึ่งเป็นเวลาที่มืดค่ำแล้ว นักออกแบบ Gavin Thompson จึงคิดค้นหมวกกันน็อคที่เรืองแสงในที่มืด แบบวงกลม 360 องศา และชาร์ตแบตเตอรี่ผ่าน USB ได้ หมวกกันน็อคตัวนี้จะกระพริบแสงเป็นจังหวะ เพื่อบอกตำแหน่งของคนที่ขี่จักรยานให้คนที่ขับรถยนต์รู้ ผลิตภัณฑ์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความปลอดภัยของคนที่ขับจักรยานกลับบ้านตอนกลางคืนในต่างประเทศ





7. iPad 2 ออกแบบโดย Apple
อีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ที่ต้องการเครื่องมืออิเล็คโทรนิคที่เบาและสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ด้วยเช่นกัน Apple ออกแบบ iPad 2 ให้มีความบางกว่า iPad รุ่นก่อนหน้าถึง 33 เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักเบากว่าถึง 15 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังติดกล้องไว้สองด้าน และกล้องถ่ายรูปด้านหลังรองรับการถ่ายแบบความละเอียดสูงอีกด้วย



การออกแบบผลิตภัณฑ์

การออกแบบผลิตภัณฑ์


ความหมายการออกแบบ
           การออกแบบ หมายถึง การรู้จักวางแผนจัดตั้งขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อทำตามที่ต้องการนั้น โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบและคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดตามความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา
         เช่น เราจะทำเก้าอี้นั่งซักตัวจะต้องวางแผนไว้เป็นขั้นตอนโดยต้องเริ่มเลือกวัสดุที่จะใช้ทำเก้าอี้นั้นจะใช้วัสดุอะไรที่เหมาะสม วิธีการต่อยึดนั้นควรใช้กาว ตะปูนอต หรือใช้ข้อต่อแบบใด คำนวณสัดส่วนการใช้งานให้เหมาะสม ความแข็งแรงของเก้าอี้นั่งมากน้อยเพียงใด สีสันควรใช้สีอะไรจึงจะสวยงาม และทนทานกับการใช้งาน เป็นต้น 

การออกแบบมีการใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์ 4 ลักษณะ

          1.ความคิดริเริ่ม          2.ความคล่องในการคิด          3.ความยืดหยุ่นในการคิด          4.ความคิดละเอียดละออ